นพ.พูนศักดิ์ สุชนวนิช สูตินรีแพทย์ เผยในรายการ “สุขภาพดี 4 ทุ่ม” ทางคลื่นข่าว MCOT NEWS FM 100.5 ว่า ผู้หญิงไม่ควรมองข้ามความผิดปกติของประจำเดือน เพราะอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคที่อันตรายถึงชีวิต โดยเฉพาะเนื้องอกหรือมะเร็งในโพรงมดลูก
โดย นพ.พูนศักดิ์แนะ 4 สัญญาณเตือนประจำเดือนผิดปกติ
ซึ่งปกติแล้วประจำเดือนจะมาในช่วงวัยรุ่น โดยเริ่มไม่สม่ำเสมอในช่วงแรก และจะเข้าสู่ภาวะปกติ และเริ่มรวนในวัยใกล้หมดประจำเดือน คือ อายุประมาณ 48–50 ปี ซึ่งหากพบอาการเหล่านี้ ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที
1. ไม่มาเลยตั้งแต่วัยรุ่น – หากอายุเกิน 16 ปีแล้วยังไม่มีประจำเดือน ควรพาบุตรหลานไปพบแพทย์
2. มาน้อยหรือมากผิดปกติ – เช่น มาน้อยกว่าที่เคย หรือมากจนเสียเลือดเป็นลิ่ม อ่อนเพลีย
3. มีกะปริดกะปรอยระหว่างรอบ – เช่น หยุดแล้วกลับมาใหม่ หรือมาทั้งเดือน
4. ปวดหรือมีอาการร่วมรุนแรง – เช่น ปวดท้องน้อยจนทำงานไม่ได้ หรือคัดเต้านมมากเกินไป
นพ.พูนศักดิ์ ระบุว่า หากในรอบปี มีประจำเดือนผิดปกติเกิน 3 ครั้ง ถือว่าน่าเป็นห่วง แม้จะเป็นเพียงเดือนเดียวที่มีเลือดออกมากหรือกะปริบกะปรอย ก็ควรเริ่มสังเกตและปรึกษาแพทย์
ซึ่งวิธีการรักษาขึ้นอยู่กับสาเหตุ หากเกิดจากเนื้องอกหรือถุงน้ำขนาดใหญ่ อาจจำเป็นต้องรักษาด้วยการผ่าตัด ส่วนกรณีที่ไม่พบโรคร้ายแรง และผู้ป่วยไม่มีปัญหาในการใช้ชีวิต ก็อาจไม่จำเป็นต้องให้ฮอร์โมน แต่อย่างไรก็ตาม หากมีแผนจะมีบุตรในอนาคต การดูแลรักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยลดความเสี่ยงภาวะมีบุตรยากได้
“ผู้หญิงควรจดบันทึกประจำเดือนเป็นประจำ เช่น วันที่เริ่มและหมด ลักษณะเลือด ปริมาณ และอาการร่วมอื่น ๆ และควรเข้ารับการตรวจภายในปีละครั้งตั้งแต่อายุ 25 ปีขึ้นไป เพื่อคัดกรองโรค รวมถึงมะเร็งปากมดลูก และอย่าอายหมอ เพราะการตรวจพบเร็วจะช่วยให้รักษาได้ทัน” นพ.พูนศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย